คอนเต้ยอมรับใช้หลัง 3 ทำทีมแล่นฉิว

อันโตนิโอ คอนเต้กุนซืออิตาเลียนเปิดใจหลังนำเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้โดยชี้ว่าการเปลี่ยนมาใช้ระบบกองหลัง 3 คนคือจุดเปลี่ยนของทีมอย่างแท้จริง

เชลซีเปิดฉากพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ 6 นัดแรกไม่ดีเท่าไหร่ชนะ 3, เสมอ 1 และแพ้ 2 แต่จากนั้นเทรนเนอร์วัย 47 ปีนำระบบการเล่น 3-4-3 มาสู่ทีม จนทำให้ทีมคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

ผมต้องขอบคุณความมุ่งมั่น ความทุ่มเท ความพยายามของนักเตะที่มีให้ทีม นักเตะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมมีทุกวันนี้ได้ การทำงานของผมจะสำเร็จไม่ได้เลยหากว่าไม่มีนักเตะคอยหนุนหลัง

พวกเขาแสดงให้ผมเห็นทัศนคติอันยอดเยี่ยมในการพยายามทำสิ่งยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้ หลังจากชัยชนะวันนี้เราต้องมีความสุข เวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของพวกเราแล้ว

ผมมองว่าเอแด็ง อาซาร์และเปโดร โรดริเกซเริ่มแสดงอาการล้าให้เห็นและต้องเติมเรี่ยวแรงเข้าไปอีก ส่วนมิชี่ตอบแทนการเปลี่ยนตัวครั้งนี้ได้คุ้มค่าจริงๆ

มันยอดเยี่ยมมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผมในการมาที่อังกฤษพยายามเรียนรู้วิถีชีวิตและภาษาใหม่รวมถึงรับช่วงต่อนักเตะซึ่งเพิ่งผ่านฤดูกาลอันเลวร้ายของพวกเขามา

คอนเต้กล่าวถึงการเปลี่ยนแผนตั้งแต่นัดที่ 7 เป็นต้นมาว่า การตัดสินใจครั้งนั้นเปลี่ยนฤดูกาลของเราไปเลย เราต้องเปลี่ยนและค้นหาระบบใหม่ที่เหมาะกับทีมเรา ในหัวผมมีตัวเลือกว่าจะเล่น 3-4-3 เพราะรู้ว่ามีนักเตะน่าจะเล่นเข้ากับระบบการเล่นของผมได้

เราไม่ได้ดวงดีเพียงอย่างเดียวแต่เรามีความสามารถ มีทักษะที่ดี เราทำหน้าที่กันได้อย่างยอดเยี่ยมต่างหาก ตอนนี้ถึงคราวจำเป็นต้องพัก มันเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมแล้วแต่เรายังมีสิทธิ์ได้แชมป์เอฟเอ คัพ ยังมีโอกาสคว้าดับเบิลแชมป์อยู่

ทุกเกมผมรู้สึกเหมือนลงไปเล่นกับลูกทีมด้วย ผมแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการคุมทีมและความทุ่มเทให้ลูกทีมได้เห็นทุกเวลา ไม่ว่าปัจจุบันหรืออดีตผมอยู่กับลูกทีมทั้งในช่วงเวลาที่ดีและร้าย เราได้แชมป์นี้ด้วยกัน

 

ในตอนแรกที่คอนเต้เข้ามารับงานคุมทีมหลายฝ่ายมองว่าเชลซีคงเป็นเพียงทีมเต็ง 3 หรือเต็ง 4 ทที่จะคว้าแชมป์รองจาก แมนยู แมนซิตี้ หรือบางทีอาจจะเป็นลิเวอร์พูล แตค่สุดท้ายพลพรรคสิงห์บลูส์ก็หักปากกาเซียน คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองอย่างยิ่งใหญ่

คอนเต้มีจิตวิทยาในการโน้มน้าวให้ดีเอโก้ คอสต้าและเชส ฟาเบรกาสลงสนามเพื่อทีมได้ นี่คือความยอดเยี่ยมของเขา ทั้งนี้เชลซีมีโปรแกรมอีกสามนัดคือเหย้าวัตฟอร์ด, เยือนซันเดอร์แลนด์และเอฟเอคัพรอบชิงกับอาร์เซนอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *